รีวิว Star Player World Cup 2018 Russia #3 Mohamed Salah

รีวิว Star Player World Cup 2018 Russia #3 Mohamed Salah

ณ เวลานี้ คงไม่มีใครที่ชอบดูบอลหรือมนุษย์ที่เรียกตัวเองว่าแฟนบอลคนไหนในโลกที่ไม่รู้จักนักเตะชาวอียิปต์คนนี้ เพราะว่าโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ คือหนึ่งในผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มได้ดีเยี่ยมที่สุด และมีผลงานการยิงประตู/จ่ายบอล ในฐานะตัวรุกที่คงเส้นคงวาที่สุดในฤดูกาล 2017-2018 นี้เมื่อเปรียบเทียบกับทั่วยุโรปลีกต่างๆตัวต่อตัวแล้ว ไม่เพียงแค่นั้นตัวเลขสถิติเหล่านี้ ที่จริงเป็นเพียงเรื่องเดียวในหลายๆเรื่องที่ลำพังตัวเลขอย่างเดียว ก็คงไม่สามารถบรรยายความยอดเยี่ยมของนักเตะที่ถึงกับถูกนำไปเปรียบเทียบว่าเป็น เมซซี่แห่งอียิปต์คนนี้ได้อย่างเพียงพอ ยิ่งกว่านั้น World Cup 2018 Russia ในปีนี้กำลังจะมาถึงแล้ว Super Star Player ระดับซาลาห์จะโชว์ฝีเท้ายิ่งใหญ่เข้าไปอีกแน่นอน ดังนั้นวันนี้ให้เรามารู้จักเค้าดีขึ้นกันเลย

รีวิว Star Player World Cup 2018 Russia #3 Mohamed Salah

ไปพบกับประวัติดาวดัง World Cup 2018 #3 Mohamed Salah กัน

โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ เป็นชาวอียิปต์แท้ๆ และประเทศอียิปต์นี้จริงๆแล้วมาจากทวีปแอฟริกาหาใช่เอเชียอย่างที่หลายๆคนเข้าใจไม่ ดังนั้นแล้วซาลาห์ถือว่าเป็นนักเตะชาวแอฟริกันเพียงไม่กี่คนที่เดินทางมาจากแดนไกลแล้วมีโอกาสเล่นเป็น Super Star Player ให้กับสโมสรดังๆทั่วทวีปยุโรปหลากหลายลีกต่างๆ รวมถึงทีมหงส์แดงลิเวอร์พูล แล้วก็ยังถือว่าทำได้เยี่ยมๆในทุกๆทีมในแต่ละประเทศ แล้วยังใช้เวลาเพียงฤดูกาลแรกฤดูกาลเดียวในสีเสื้อเครื่องจักรสีแดง ก็สามารถพิสูจน์ตัวว่าเป็นขวัญใจหมายเลขหนึ่งของสโมสรได้ ไม่แตกต่างกันเลยกับ ตำนานยุคหลังๆ อย่าง ตอร์เรส หรือ หม่อมเหยิน ซัวเรส เลยทีเดียว ไม่เชื่อถามแฟนหงส์ที่กำลังยิ้มแฉ่งตอนนี้ได้

ซาลาห์ เริ่มต้นอาชีพนักเตะจากสโมสรท้องถิ่นชื่อ เอล โมคาวลูน ที่อยู่ทางตะวันออกของเมืองไคโร ก่อนจะย้ายไปยุโรปเข้าร่วมกับทีมแรกทดสอบของจริง อย่างสโมสร บาเซิล ทีมชื่อดังในสวิสเมื่อปี 2012 นี้เอง และหลังจากนั้นก็ถือได้ว่าเริ่มต้นการเดินทางเวียนสายเปลี่ยนทีมในลีกยุโรปแบบต่อเนื่องทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น เชลซี ในอังกฤษก่อน,ฟิออเรนติน่า ในอิตาลี, และโรม่าเมืองใกล้เคียง, ก่อนจะมาลงเอยกับหงส์แดงเมื่อกลับมายังอังกฤษอีกครั้ง ณ ปัจจุบันนั่นเอง

แต่ทว่าการเดินทางที่แสนยาวไกลของซาลาห์ หาใช่เรื่องราวธรรมดาไม่ แต่กลับเป็นปฐมบทที่สามารถใช้สะท้อนหลักฐานของความมุ่งมั่นเพียรพยายามที่มีในตัวของเค้า และสิ่งนี้แหละที่เป็นสาเหตุทำให้เค้าถึงได้กลายมาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งของโลกเช่นนี้ได้อย่างดีเยี่ยม

เมืองบ้านเกิดของเค้าต้องใช้เวลาเดินทางด้วยรถบัสจากเมืองไคโร ที่เป็นยานพาหนะเดียวสำหรับเดินทางไกลถึง 100 กม. แถมยังเต็มไปด้วยประชาชนแน่นขนัดทุกๆวัน ทั้งหมดนี้ใช้เวลาถึง 2-3 ชั่วโมงทุกวันสำหรับชาวบ้าน หมู่บ้านของเค้าชื่อ นาจิริ เป็นหมู่บ้านที่เล็กมากๆถึงกับไม่มีป้ายชื่อหมู่บ้านที่ทางเข้าด้วยซ้ำ และถนนที่บ้านของซาลาห์อาศัยและใช้เป็นที่เตะบอลข้างถนนสมัยยังเด็กก็เป็นถนนขรุขระข้างทางมีทุ่งข้าวปลูกเต็มไปหมด ดังนั้น เมื่อดูจากระยะทางรวม 4 ชั่วโมงจากบ้านของครอบครัวเค้าไปจนถึงสโมสรที่เค้าเริ่มต้นเล่นด้วยอย่าง เอลโมคาวลูน ในเมืองไคโร ซึ่งหนุ่มน้อยซาลาห์ต้องเดินทางทุกวันๆไปกลับเล่นฟุตบอล แล้วกลับมาอยู่กับพ่อแม่ตอนสิ้นวัน เราจึงเริ่มเห็นแล้วว่านักเตะหนุ่มคนนี้เป็นคนที่มีความพยายามแค่ไหนเพื่อจะประสบความสำเร็จในชีวิต

ประวัติชีวิตส่วนตัว

ในการสัมภาษณ์ชีวิต ซาลาห์เล่าว่าเค้าตกหลุมรักฟุตบอลตั้งแต่อายุประมาณ 7-8 ขวบเท่านั้น แถมตอนเด็กก็เป็นแฟนบอลประจำนั่งดูการแข่งขัน ยูฟ่าแชมป์เปี้ยน ลีกบ่อยๆ หลังดูเสร็จก็พยายามเล่นเลียนแบบ โรนัลโด จากบราซิล ซีดาน และต็อตติ ตอนที่ไปเล่นตามถนนกับเพื่อนๆ ผู้เล่นพวกนี้เป็นเหมือนมีเวทมนต์สำหรับเค้าเสมอ แต่เพื่อนๆในชีวิตจริงของเค้าก็มีอิทธิพลมากทีเดียวเมื่อซาลาห์เล่าว่าเพื่อนรักของเค้าชอบเล่นฟุตบอลกันมากๆ และจะหาเวลาเล่นกันเสมอๆ มีเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่ยังเป็นเพื่อนรักมาจนถึงทุกวันนี้เคยบอกกับเค้าว่า สักวันหนึ่งนายจะต้องกลายเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่แน่ๆ

รีวิว Star Player World Cup 2018 Russia #3 Mohamed Salah

แต่ก่อนที่เค้าจะยิ่งใหญ่ แน่นอนว่าไม่ใช่ง่ายๆ ตอนสโมสรแรกที่ซาลาห์เข้าร่วมเสนอสัญญาให้เซ็นต์ตอนเค้าอายุ 14 ปีเค้าต้องไปฝึกซ้อมกับทีมสัปดาห์ละ 5 วัน ทุกๆสัปดาห์ วันละ 4 ชั่วโมงตั้งแต่บ่าย 2 จนเลิก 6 โมงเย็น นั่นทำให้เค้าต้องไปโรงเรียนก่อนในตอนเช้าตรู่และต้องไปขออาจารย์ที่โรงเรียนออกจากชั้นเรียนหลังเรียนไปแค่ 2 ชั่วโมง รีบไปขึ้นรถบัสที่ต้องเปลี่ยนคันเพื่อต่อสาย 3-4 ทอดทุกๆวันเพื่อจะไปถึงสนามได้ทันเวลา และหลังซ้อมเสร็จก็เดินทางกลับถึงบ้านดึกประมาณ 4 ทุ่มหรือ 5 ทุ่ม เพื่อจะกินข้าวก่อนเข้านอนด้วย เค้าบอกว่าทั้งหมดที่เค้าทุ่มเทเช่นนี้ เพราะตั้งใจที่จะเป็นนักฟุตบอลชื่อดังให้ได้ และความมั่นใจของซาลาห์ก็ค่อยๆเพิ่มขึ้นหลังอายุ 17 ตอนที่ได้เล่นกับทีมตัวจริงและในตอนนั้นเองที่เค้าตั้งใจจะทำให้ดีที่สุดทุกวันเพื่อทำให้ฝันเป็นจริงและก็ทำได้ในที่สุด

ประสบความสำเร็จกับสโมสร

ตอนที่เค้าจะได้มาเป็น Super Star Player ซาลาห์เล่นกับสโมสรแรก ซาลาห์เล่นไปเพียง 3 ฤดูกาลเป็นตัวจริงทั้งหมด 38 เกม ยิงไปเพียง 11 ถือว่าสวยงามแต่ไม่ได้เปรี้ยงปร้างมากนัก แต่เมื่อเค้าย้ายไปยังไปเล่นในยุโรปสโมสรแรก บาเซิล เค้าได้เล่นถึง เกือบ 50 เกม ยิงไปเกือบ 10 ประตูด้วย หลังจากนั้นไม่นานดูเหมือนว่าการเดินทางเริ่มลำบาก เมื่อเค้าย้ายสโมสรที่สองไปยังเชลซี จากเกาะอังกฤษ ที่มียอดกุนซืออย่างโจเซ่ มูรินโญ่เป็นคนทำทีม เค้ากลับได้เล่นเพียง 13 เกมตัวจริงและยิงได้แค่ 2 ลูกจิ๊บๆ เนื่องจากความจริงในตอนนั้น ทีมที่กำลังแย่งแชมป์อย่างเชลซีต้องการปีกขวามากๆ และมีการสลับเปลี่ยนซื้อตัวไปมาต่อเนื่องเพื่อจะหานักเตะที่ลงตัว และซาลาห์ก็เป็นแค่หนึ่งในนั้น รวมทั้งการย้ายทีมช่วงปิดตลาดหน้าหนาวทำให้การปรับตัวทีมใหม่ทำได้ยาก และเวลาก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้เค้าแสดงฟอร์มออกได้จึงล้มเหลวไปในที่สุด

ช่วงเวลาที่นำมาสู่การประสบผลสำเร็จแหละกลายเป็น Super Star Player ทำให้ซาลาห์เป็นที่รู้จักจริงๆน่าจะเริ่มต้นที่อิตาลีนี่แหละ หลังจากที่เค้าย้ายมายังสโมสรสีม่วง อย่าง ฟิออเรินติน่า ในสัญญาสลับข้างกันกับ ฆวน กัวดราโด. ตอนนี้เองที่ซาลาห์ฉายแสงอย่างจริงจังเมื่อเค้า ทำหน้าที่ได้ดีกว่านักเตะโคลัมเบียนที่สลับตัวย้ายออกไปอย่างดีกว่าหลายขุม ทั้งการเล่น เชื่อมเกม และการยิงประตู เพราะว่าการเล่นที่เฉียบคมและดุดันกว่ามาก
แต่ว่านี่ยังไม่ใช่สโมสรที่เค้าจะโตเต็มที่ เพราะหลังจากหมดสัญญาเค้าเลือกที่จะย้ายไปยังทีมโรม่าหมาป่าแห่งกรุงโรม ตอนนี้แฟนบอลในอิตาลีเริ่มรู้จักเค้ามากแล้ว และแฟนบอลโรมาก็ดีใจมากๆเมื่อได้เค้ามาร่วมทีม ซาลาห์พิสูจน์ทันทีว่านี่เป็นการย้ายที่คุ้มสุด เมื่อการเล่นที่โรมทำให้เค้ายิงประตูได้มากกว่าทุกๆที่ๆผ่านมา แถมยังเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันทีมยามเล่น โดยเฉพาะเกมรุก เค้าดังสุดเมื่อยิงประตูชัยใส่ยูเวนตุสในเกมสำคัญ จนในที่สุดหงส์แดงลิเวอร์พูลก็ซื้อเค้าไปด้วยค่าตัวสถิติสโมสร พร้อมกับความหวังในเกมรุกที่จะเข้ามาเพิ่มมิติให้กับเครื่องจักรสีแดง และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อเค้าทำได้ดีขึ้นไปอีกกว่าตอนอยู่กับโรมาทั้งด้านตัวเลขต่างๆ และความสวยงามในการประสานงานกับตัวรุกคนอื่นๆ และที่สำคัญสีสันแห่งทักษะ ลีลา หรือความน่าทึ่งในแต่ท่วงท่าของการยิงประตู ได้ทำให้แฟนบอลอังกฤษทั้งในไทยและเทศได้มีความสุขเสมือนว่ามีเมซซี่มาเล่นให้เห็นเองจริงๆ
รีวิว Star Player World Cup 2018 Russia #3 Mohamed Salah

ทีมชาติ

ก่อนที่เค้าจะได้เตรียมลงเล่นในบอลโลก หรือ World Cup 2018 Russia เค้าเคยได้เหรียญเงินกับทีมชาติอียิปต์ และยังสวมบทบาทนักเตะระดับโลกผู้นำทีมฐานะกัปตันทีมอียิปต์ด้วย ในการแข่งขันในการเล่นรายการชิงแชมป์แข่งขันเยาวชนแอฟริกันเป็นบอลถ้วยระดับชาติของทวีปของเด็กๆในปี 2011 และมาในปีที่แล้วเค้ากับอียิปต์เคยรุ่งเรืองขนาดได้รองแชมป์ แอฟริกัน เนชั่น คัพ ฐานะรองแชมป์ปีที่แล้ว 2017 นี่เอง ดังนั้นในปีนี้บอลโลกถ้วยใหญ่หวังว่าซาลาห์จะพาอียิปต์ไปไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อคว้า World cup 2018 Russia ให้ได้

วิเคราะห์การเล่น

แน่นอนว่าจุดเด่นของ Super Star Player โม ซาลาห์ที่เห็นชัดที่สุดคือสปีดความเร็ว เนื่องจากมีฝีเท้าจัดจ้านตั้งแต่ยังเล็ก และเริ่มการเล่นบอลจากตำแหน่งตัวรุกกึ่งปีกมาตลอด เค้าจึงถือว่าเป็นนักเตะที่ชอบเลี้ยงบอลด้วยความเร็ว แต่สิ่งที่แตกต่างกับตัวรุกหรือปีกคนอื่นๆก็คือ ซาลาห์ไม่ชอบการสับขาหลอก ไม่ต้องเตะลอดดาก และไม่จำเป็นต้องมีลูกไม้สวยๆไว้โชว์บ่อยๆแต่อย่างใด แต่เค้าเพียงแค่ลากบอลจี้เข้าใส่กองหลัง และไปดื้อๆ ด้วยบอลที่ติดเท้า ที่จริง มอนเตลล่า ผู้จัดการโรม่า เคยบอกไว้ว่า อาจจะมีเพียงเมซซี่คนเดียวที่เลี้ยงบอลติดเท้าได้เร็วกว่าซาลาห์
อีกจุดเด่นคือ เค้าเป็นผู้เล่นเกมใหญ่ๆ เพราะว่านับครั้งไม่ถ้วนแล้วที่เค้าพิสูจน์ว่า เมื่อเกมสำคัญๆมาถึงเค้าจะแสดงฟอร์มออกได้ และตัดสินเกมให้แตกต่างด้วยตัวเอง นี่อาจจะต้องขอบคุณการพัฒนาด้านแทคติคนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับทีมอิตาลีที่บ่มเพาะความเข้าใจด้านแทคติกการวางหมากที่ซับซ้อนให้กับเค้า ทำให้เกมการเล่นเปลี่ยนไปมากทีเดียวนับตั้งแต่อยู่กับเชลซี

เมื่อเค้าย้ายกลับมาที่ลิเวอร์พูลรอบหลัง เค้าจึงโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น จะได้เป็น Super Star Player เต็มตัวและร่างกายแข็งแรงพร้อมกับบอลหนักกว่าเดิม สมดุลในร่างกายไม่มีที่ติอีกด้วย และแน่นอนกุนซือใหม่อย่าง คลอปป์มีส่วนช่วยด้วย เพราะว่าเค้ามั่นใจและให้ความรับผิดชอบกับซาลาห์มากกว่าโค้ชคนก่อนที่เชลซี และนั่นทำให้นักเตะมีความมั่นใจ เข้ากับทีมได้ นายใหญ่หงส์แดงยังเสริมว่า ความคล่องแคล่วระหว่างนักเตะตอนประสานงานก็สำคัญด้วย เพราะว่า คนเดียวคล่องและไวอาจจะทำอะไรไม่ได้ แต่เราเห็นแนวรุกของหงส์แดงที่คล่องปราดเปรียวทุกตัว นี่ทำให้การเปลี่ยนตำแหน่ง รับส่งบอล และเคลื่อนที่เสิรมกันและกันให้แสดงความไวของแต่ละคนออกมาด้วย
อีกด้านที่สำคัญในเกมการเล่นของซาลาห์ คือ การชอบวิ่งทะลุสอดมาหลังแนวกองหลัง ดังที่เราเห็นบ่อยๆ นี่ทำให้กองหลังไม่สามารถจับทางได้ง่ายๆเมื่อต้องคอยระวังพร้อมกันทั้งแผง แต่เมื่อไม่มีที่ว่างด้านหลัง เค้าก็ยังเชื่อมเกมได้ไม่แพ้กัน โดยดูจากการบังบอล เกี่ยวบอล และดวลกับกองหลังรอบๆกรอบเขตโทษและเอาชนะได้บ่อยๆ ดังนั้นวิธีการหยุดเค้าคือ การลดพื้นที่ด้านหลังกองหลังให้น้อยที่สุด และสื่อสารในแผงให้คอยส่งต่องานการประกบการเคลื่อนที่ของเค้านั่นเอง

จนเรียกได้ว่าตอนนี้ซาลาห์ได้กลายเป็น สุดยอดนักเตะระดับโลกหรือ หรือ Super Star Player ที่พร้อมจะลงแข่งใน World Cup 2018 Russia ที่จะลงคว้าแชมป์กันในบอลโลกปีนี้แน่นอน