รีวิว Star Player World Cup 2018 Russia #13 Jorginho

รีวิว Star Player World Cup 2018 Russia #13 Jorginho

นักเตะระดับโลกที่น่าจับตาใน World Cup 2018 Russia ปีนี้ jorginho, จอร์จิญโญ่

ทีมชาติอิตาลี ถือว่าเป็นทีมที่เพิ่งตกรอบ World cup 2018 Russia ปีนี้ที่น่าเสียดายและเซ็งแฟนบอลที่สุด แต่ในทีมกลับมีนักเตะอย่าง jorginho, จอร์จิญโญ่ นักเตะเชื้อสายบราซิลที่กำลังแจ้งเกิดรุ่งขึ้นมาที่พลาดไม่ได้ไปการแข่งขัน World Cup 2018 Russia ปีนี้อย่างน่าเสียดาย แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเค้าไม่ใช่ Super Star Player อย่างใดๆ ให้เรามาดูกันว่าเค้าเก่งแค่ไหน

ไปพบกับประวัติดาวดัง World Cup 2018 #13 jorginho, จอร์จิญโญ่ กัน

จอร์จินโญ่ Super Star Player เป็นนักเตะชาวบราซิลโดยกำเนิดแต่ว่าได้สัญชาติและเล่นกับทีมในอิตาลี จึงกึ่งๆเป็นลูกผสมระหว่าง 2 เชื้อชาติซึ่งเป็นจุดเด่นของเค้า ด้วยชื่อเล่นสั้นๆที่ว่าแทนด้วยชื่อยาวนี้ ทั้งโลกตอนนี้ได้มารู้กจัก จอร์จินโญ่ ฐานะกองกลางตัวคลับเคลื่อนห้องเครื่องของสโมสร นาโปลี ทีมระดับคุณภาพจากเซเรีย อา ที่ตอนนี้ยิ่งดังไปทั่วโลกแล้วตั้งแต่ เริ่มทำงานผลงานโดดเด่นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่องทั้ง การก้าวขึ้นมาขับแย่งชิงแชมป์กับทีมดังๆใหญ่ๆกว่ามากกว่าทั้ง ยูเว่ และ มิลานทั้งสองอย่างมันและสูสี
จอร์จินโญ่นั้น ย้ายจากบราซิลมาอยู่อาศัยในอิตาลีกับครอบครัว ตอนที่เค้าย่างเข้าสู่วัยรุ่นแล้ว หลังจากนั้นถึงได้เข้ารวมสโมสรระดับเยาวชนเด็กกับ เวโรน่า และเติบโตไต่เต้ามาสู่ทีมระดับอื่นๆที่ใหญ่ขึ้นทางเวโรน่านี้เอง จนกระทั่งเมื่อปี 2010 ที่ผ่านมาไม่นานนี้เองที่ถือว่าเป็นปีแห่งจุดเปลี่ยนในชีวิตเค้าเมื่อ ถูกยืมตัวปล่อยไปเล่นกับ ทีมลีกในชั้นเซเรีย เซ กับทีมเล็กๆที่ทำให้เค้าได้ลิ้มรสนักเตะตัวจริง ในชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในชีวิต และคุณภาพของการเล่นฟุตบอลของเค้านึงได้มาเข้าตาทีมใหญ่ๆตอนนี้เอง โดยหลังจากโดนยืมตัวปีนึงนั้น ได้เล่นไป 31 เกมและทำผลงานส่งบอลได้ 10 ครั้งด้วยกัน และเมื่อเค้ากลับมาสู่เวโรนาในฤดูกาลต่อมานั้น เค้าก็ได้กลายมาเป็นกำลังหลักของเวโรน่า จนได้ช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นขึ้นสู่ เซเรีย เบ ในที่สุดแต่ต้องมาตกรอบ เพลย์ ออฟอดเลื่อนชั้น อย่างไรก็ตาม ในปี 2012-2013 ถัดมา เค้าก็ยังทำผลงานได้ดีจนช่วยให้ เวโรนานั้นได้อันดับ 2 ของลีก จนได้สิทธิเลื่อนชั้นอัติโนมัติชึ้นสู่เซเรีย อา ในที่สุดหลังจากลงเล่นไป 41 เกมและยิงได้อีก 3 ประตูด้วยกัน ผลงานที่ดีและเข้าตาของจอร์จินโญ่นั้น ทำให้การเปิดตัวของเค้าเป็นที่สนใจของทีมใหญ่มากแล้ว และเมื่อยิงไปได้ 7 ประตูอีกใน 18 เกมถัดมา ก็ทำให้นาโปลีเป็นทีมแรกที่จัดการคว้าตัวเค้าไปร่วมทีม ช่วงเดือน มกราคม เพราะว่ากำลังขาดแคลนกองกลางพอดี ในช่วงนั้น

ประวัติชีวิตส่วนตัว

เอเยนต์ของ จอร์จินโญ่ บอกว่า ตัวนักเตะต้องทำงานหนักมากกว่าจะมาถึงจุดนี้ เพราะว่าเค้าไม่ได้มีโอกาสมากมายเหมือนคนอื่น และแม้แต่เมื่อจอร์จินโญ่ ได้เล่นกับทีมนาโปลี แล้ว เค้าก็ยังอยากเล่นด้วยทัศนคติ และ ความตั้งใจมุ่งมั่น แบบเมืออาชีพเหมือนเดิม เช่นเดียวกับสมัยตอนอยู่กับ เวโรนา ด้วย เค้าต้องการให้เป็นธรรมเนียม และกฎของส่วนตัวเองที่ต้องทำให้ดีที่สุดเมื่ออยู่ในทีมใดๆขนาดไหนก็ตาม ซึ่งนี่เป็นจุดเด่นของเค้าเลย แม้แต่โค้ชของนาโปลี อย่าง ราฟาเอล เบนิเตซ ก็เอ่ยปากชมด้วยความประทับใจในตัวลูกทีม ตอนที่เค้าเพิ่งจะฉายแสงในปีแรกที่เข้ามาร่วมทีมว่า จอร์จินโญ่ เป็นนักเตะที่มีทัศนะคติที่ดีมากและไม่เพียงแค่เค้าคนเดียว แต่เค้าสามารถเปลี่ยนทัศนะของการเล่นและความตั้งใจให้กับผู้เล่นคนอื่นๆในทีมเลยด้วยซ้ำ ด้วยแบบอย่างของตัวเค้าเอง และนี่เป็นนักเตะที่หายากและมีอิทธิพลที่มีความสำคัญมาก

จอร์จินโญ่อายุเพียง 17 ปีตอนที่เริ่มเข้าสู่ทีมเยาวชนของนาโปลี ซึ่งก็ไม่ได้น้อยเมื่อเทียบกับนักเตะที่ดังกันคนอื่นๆ อาจจะเริ่มกันตั้งแต่ 7 ขวบหรือ 10 ขวบเท่านั้น ดังนั้นจึงเรียกได้ว่า เป็นนักเตะที่เริ่มเล่นบอลช้ากว่าคนอื่นๆที่ประสบความสำเร็จด้วยซ้ำ และในปี 2014 เค้าก็สามารถคว้าแชมป์แรกกับนาโปลีคือ บอลถ้วย และบอลโคปาคัพได้ซึ่งเทียบกับอายุแล้วถือว่าก้าวกระโดด Super Star Player เลยทีเดียว

ประสบความสำเร็จกับสโมสร

จอร์จินโญ่ Super Star Player เล่นให้กับ สโมสรเวโรนา ตั้งแต่ปี 2010- 2014 รวมกัน 89 เกม และทำไป 11 ประตูด้วยกัน ก่อนจะย้ายมาอยู่กับนาโปลีตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปัจจุบันนับได้ประมาณ 4 ฤดูกาลเท่านั้น แต่กลับลงเล่นไปมากถึงกว่า 126 เกมแล้ว บวกกับทำได้ 2 ประตู ทำให้เค้าเรียกได้ว่าเป็นตัวจริงที่ทีมแทบจะขาดไม่ได้ไปแล้วนั่นเอง และไม่เพียงเท่านั้น เค้ายังติดทีมชาติอิตาลีที่เค้าเลือกเล่นให้ไปแล้วทั้งหมด 5 นัดด้วยกันตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา แต่ยังไม่ได้ประตูเปิดซิงกับอิตาลีเหลือเพียงแค่รอเวลา ทั้งหมดเหลือเชื่อมากทีเดียว

จอร์จินโญ่ เกิดที่เมืองชื่อ อิมบิทูล่า บราซิลที่รัฐ ซานตา คาคาเรียน่า ที่ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของนักเตะบราซิลหลายคน ดังนั้น อิตาลีจึงเป็นปลายทางและจุดเป้าหมายของนักเตะวัยเยาว์เหล่านี้ ที่เลือกเอาประเทศอิตาลีเป็นเมืองที่แจ้งเกิด เช่นเดียวกับ ตำนานบราซิลหลายคนที่เรารู้จักดี ถึงแม้ว่าตอนแรกเมื่อวันที่ 18 มกราคคม 2014 เค้าจะเซ็นต์สัญญากับนาโปลี ด้วยลักษณะสัญญาแบบเจ้าของร่วมกัน ระหว่าง 2 สโมสร หรือที่เรียกว่า โค-โอนเนอร์นั่นเอง แต่เค้าก็ได้รับความมั่นใจถึงได้รับมอบสัญญายาวถึง 4 ปี ครั่งด้วยกัน

จอร์จินโญ่ก็ไม่ได้ทำให้เจ้าของใหม่ผิดหวัง เมื่อเค้าโชว์ฟอร์มการเล่นที่ดีและสม่ำเสมอคงเส้นคงวาตลอดการค้าแข้ง จนมีไฮไลท์ส่วนตัว เช่น เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2014 ตอนแข่งกับทีมโรมา เค้าสามารถทำประตูชัยสุดท้ายให้กับทีมได้ทำให้ ทีมนาโปลีพลิกกลับมาแซงหน้าเอาชนะได้ จนสามารถเข้ารอบชิงไปได้ของ โคปป้าอิตาเลียในปีนั้น และในเกมนัดชิงที่เจอกับฟิออที่ทีมยังเอาชนะไปได้ 3-1 คว้าแชมป์นั่นเอง นอกจากนั้น ในถ้วย ซุปเปอร์โคปป้า อิตาเลียนา ที่กรุงโดฮานั้น เค้าก็ลงสนามเจอกับยูเว่ที่นัดขิงแทนกับ โจนาธาน เดอ กุซมัน และเป็นคนแรกจุดโทษดวลกับบุฟฟอน และแม้ว่าจะยิงพลาดแต่ทั้งทีมก็ยังดีพอที่จะยิงเอาชนะยูเว่ไปได้จนได้แชมป์ไปอีกถ้วยนั่นเอง

ทีมชาติ

จอร์จินโญ่ เล่นกับทีมชาติอิตาลีแม้ว่าถือ 2 สัญชาติและเป็พลเมืองทั้งคู่ จนเลือกได้เอง แต่ในปี 2012 เค้าโดนเรียกให้ติดทีมชาติกับอิตาลีชุดเล็กต่ำกว่า 21 ปี และในปี 2014 เค้าก็ตัดสินใจแล้วด้วยตัวเองในที่สุดว่าจะเล่นให้กับทีมชาติชุดใหญ่อิตาลี ไม่ใช่บราซิล แต่โอกาสก็มาถึงที่สุดในปี 2016 เมื่อเค้าโดนเรียกจจาก โค้ช อันโตนิโอ คอนเต้ให้ติดทีมในปี 2016 ในเกมกระชับมิตร กับเสปน และเยอรมัน และได้ลงสนามในนัดเปิดตัวเมื่อวันที่ 24 มีนาคมกับเกมเจอกับเสปนในนาทีสุดท้ายนั่นเอง และที่น่าเสียดายหลังจากนั้นก็คือ ในปีนั้นเองที่มาการแข่งขันฟุตบอลยุโรปแห่งชาติ หรือ ยูโร 2016 คอนเต้ก็ยังเคยถึงกับเลือก จอร์จินโญ่ ให้ติดในรายชื่อ 30 ตัวจริงสุดท้ายแล้วแต่พอถึงรอบใกล้จะแข่งจริงต้องตัดตัวเหลือ 23 คนเค้าโดนตัดชื่อออกไปอย่างน่าเสียดาย แม้ว่าทำผลงานได้อย่างดีแล้วก็ตาม หลังจากนั้นก็มีข่าวลือว่าทีมชาติบราซิลก็สนใจในการเรียกใช้ตัวเขาเหมือนกันเพราะว่า เค้ายังไม่เคยเล่นในเกมเป็นทางการกับอิตาลีนอกจากอุ่นเครื่องอยู่ แต่จอร์จินโญ่ก็ออกมาปฎิเสธข่าวลืมที่ว่าเค้าอยากย้ายไปเล่นให้บราซิลนี้อย่างสิ้นเชิง จนในที่สุดเค้าก็ได้ลงเล่นในเกมจริงกับอิตาลี เมื่อต้องเตะรอบคัดเลือกกับสวีเดนโดนเค้าถูกเปลี่ยนตัวลงมาเล่นทีหลังในครึ่งเกมที่สนาม ซาน ชิโร่ด้วย แต่ก็น่าเสียดายที่จนแล้วจนรอดอิตาลีแพ้ 1-0 ต่อสวีเดนจนต้องกระเด็นตกรอบคัดเลือกเพลย์ออฟในที่สุด ทำให้ทั้งจอร์จินโญ่และอิตาลีไม่ได้ไปโชว์แข้งในการแข่งขนรอบฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี เป็นครั้งแรกในรอบ 60 เลยนั่นเอง World cup 2018 Russia เสียดายจริงๆ

วิเคราะห์การเล่น

จอร์จินโญ่ เป็นนักเตะ Super Star Player ที่เล่นกองกลางแบบที่เรียกกันว่า regista หรือที่เรียกกันว่า ตัวทำเกมจากแนวลึก โดยที่จอร์จินโญ่อาจจะเล่นได้เปรียบเทียบกับนักเตะชื่อดังอย่าง อังเดร ปิโล หรือ ซาบี้ อลองโซ่ แบบที่มีรูปร่างกายที่สูงโปร่งและกำยำกว่านั่นเอง คุณภาพการเป็นนักเตะของเค้านั้นไม่ต้องสงสัยแน่นอน เพราะว่าถึงกับดึงดูดความสนใจจากทีมอังกฤษ เช่น ปืนโต และเชลซีแล้วด้วยซ้ำก่อนจะได้ไปอยู่กับนาโปลีด้วย จุดเด่นของการเล่นสำหรับจอร์จินโญ่ คือ การมีวิสัยทัศน์จ่ายบอลที่ดีและไกลมาก เพราะว่ากองกลางที่อยู่ในแนวหลังลึกจำเป็นต้องจ่ายได้ทั้งบอลสั้นและวางบอลยาวไปข้างหน้าพร้อมๆกันทั้งหมด และเค้าเองก็ชอบวางบอลยาวที่ทำให้หลุดแนวหลังฝั่งตรงข้ามทั้งแผงบ่อยๆด้วย บอลที่เร็วและฉลาดออกจากเท้าของเค้าบ่อยๆ เหมาะกับตำแหน่ง รีจิสต้าที่ว่ามาก เพราะว่าเฉลียตัวเลขการผ่านบอลของตำแหน่งนี้จะสูงกว่าตำแหน่งอื่นๆอยู่แล้วเพราะว่าต้องผ่านบอลสั้นๆเคาะๆตลอดเวลาซ้ายขวา และสำหรับเค้าแล้วทำตัวเลขจ่ายบอลสำเร็จสูงถึง 89.6 % ด้วยซ้ำในปีที่แล้ว

จอร์จินโญ่ยังมีความฉลาดที่ทำให้เค้ามีความรู้และเข้าใจการเล่นด้วยแทคติกแผนของทีมที่กุนซือใช้มาอย่างดี เพราะว่าเค้าแสดงให้เห็นจากการตัดเกมด้วยไหวพริบบ่อยๆโดย หยุดยั้งทำลายเกมฝ่ายตรงข้ามได้ถึงเฉลี่ย 2.41 เข้าปะทะต่อเกม และ 2.41 ครั้งอีกของการตัดบอลเฉลี่ยต่อเกมด้วย นอกจากนั้นร่างกายที่กำยำแต่รวดเร็วของเค้าทำให้เค้าวิ่งได้เร็วเวลาสร้างความขยันกวดบอลไล่บอลได้มาก เช่น เอเย่นต์ของเค้าบอกว่าปกติเค้าวิ่งบนสนามมากถึง 12 กม. ต่อเกมแถมยังมีฟุตเวิร์คและเทคนิคดีมากเวลามีบอลที่เท้าสมเป็นชาวบราซิลเลี่ยนด้วย