รีวิว Star Player World Cup 2018 Russia #1 Lionel Messi

นักเตะระดับโลกที่น่าจับตาใน World Cup 2018 Russia ปีนี้ Lionel Messi

ในปีนี้ แฟนบอลมีโอกาสได้ชมการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดโลกกีฬา อย่าง ฟุตบอลโลก World Cup 2018 ที่จัดขึ้นที่ Russia สำหรับแฟนบอลแล้วไม่ว่าจะเป็นอายุเท่าไร วัยไหน หรือเชื้อชาติอะไรมักจะต้องชอบการเสวนา หรือจับกลุ่มพูดคุยกันเกี่ยวกับนักฟุตบอลเก่งๆ คนนั้นคนนี้ หรือชื่อดังที่มีนับไม่ถ้วนตลอดทุกยุคทุกสมัย และเมื่อการสนทนาเพลิดเพลิน กำลังได้ที่ไปถึงจุดๆหนึ่ง ก็มักจะมีคำถามเกิดขึ้นที่มักจะต้องถามแน่ๆและแฟนบอลในกลุ่มก็จะออกความเห็นอย่างสนุกต่อๆไป เนื่องจากคำถามชวนคิดนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจ และมีข้อคิดที่ทรงพลังนำพาให้คนในโลกที่รักฟุตบอลทุกคนทุกสมอง ต่างการพากันครุ่นคิดและพยายามอภิปรายกันอย่างออกรสเสมอ ซึ่งคำถามนั้นจะเป็นเรื่องอะไรไปไม่ได้นอกจาก ใครคือนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก? หรือใน World Cup 2018 ครั้งนี้แน่นอน เนื่องจากการจะตอบคำถามนี้ ต้องมีการพาดพิงถึงผู้เล่นมากมายที่มีทักษะระดับเทพ และฟอร์มการเล่นที่ติดตาจนโด่งดังจนผู้คนต้องจำได้ และนำไปถึงการเปรียบเทียบ ชวนกันวิเคราะห์ บ้างก็โตเถียง บ้างก็จับกลุ่มกันวิจารณ์กันอย่างเฮฮาเป็นเรื่องที่มีเสน่ห์ไปอีกแบบเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม คำถามที่ว่าใครคือนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกกันแน่ คงจะดูขาดสีสัน หรืออรรถรสในการสนทนาภาษาบอลไปไม่มากก็น้อย หากจะต้องให้แฟนบอลมานั่งคุยกัน และคิดหาคำตอบเรื่องนี้ จากรายชื่อ หรือ ตัวตนนักเตะที่ไม่ได้เล่นแล้วในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเสียชีวิตไปแล้ว แก่หง่อม หรือแม้แต่นักเตะที่เคยดัง แต่อายุขัยและร่างกายไม่ได้อยู่ในจุดสูงสุดของอาชีพการค้าแข่งอีกต่อไป ถ้าจะเปรียบเทียบก็คงเหมือนเราต้องมานั่งเถียงกันว่า นายกคนไหนในสมัย โบราณของไทยเก่งกว่าและมีกึ๋นกว่ากันแน่ ทั้งๆที่พวกเค้าเหล่านั้นต่างก็เลี้ยงหลานอยู่บ้านกันหมดแล้ว

นักเตะระดับโลกที่น่าจับตาใน World Cup 2018 Russia ปีนี้ Lionel Messi

ไปพบกับประวัติดาวดัง World Cup 2018 #1 Messi กัน

และนี่คือสาเหตุที่ว่าทำไมปัจจุบัน จึงดีกว่าและน่าเพลิดเพลินกว่าถ้าแฟนบอลอย่างเราๆจะพยายามตอบคำถาม ณ ปีพ.ศ.นี้ ที่ว่าใครคือนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกกันแน่ โดยใช้วิธีการกวาดตามองไปยัง รายชื่อและตำนานนักเตะเดินได้ที่กำลังเตะบอลกันในสนามและการแข่งขันประจำทุกๆสัปดาห์ ณ ทุกวันนี้เรื่อยๆ และแน่นอนหากเราจำกัดกรอบเล็กลงมาขนาดนี้แล้วนั้น ก็จะหนีไม่พ้นชื่อของนักเตะระดับโลกคนนึงที่น่าจะมีจำนวนการตอบรับและความเห็นไปในทางเดียวกัน ที่คงจะเทคะแนนให้กับเค้าว่า นี่แหละนักบอลที่เก่งที่สุดในโลกตอนนี้แน่นอน และชื่อของเค้าคือ ลิโอเนล เมสซี่ นั่นเอง
วันนี้คงจะดีไม่น้อย หากเราจะใช้เวลาสืบค้นประวัติดและคุยเสวนากันแบบลงลึกถึงประวัติของลิโอเนล เมสซี่ จากทีมแห่งเมืองคาตาลัน ประเทศเสปนคนนี้กัน เพราะว่าในเมื่ออุตส่าเกิดมาในสมัยนี้ทั้งที และยังมีชีวิตคาบเกี่ยวในสมัยของเมสซี่แล้ว คงจะเสียดายแย่หากเรารู้จักเค้าคนนี้แบบเพียงผิวเผิน หรือให้ข้อมูลสำคัญเลยผ่านหูเราไปเฉยๆ ยิ่งอีกไม่นานใกล้จะถึงเทศกาล World Cup 2018 แล้วด้วย
งั้นเราไม่เสียเวลาไปดูประวัติตำนานกันเลยดีกว่า

ประวัติชีวิตส่วนตัว
เมสซี่ เกิดในเมืองโรซาริโอ ประเทศอาร์เจนตินา ที่โด่งดังด้านการสร้างนักฟุตบอลเก่งๆจากอเมริกาใต้ เค้าเกิดมาในครอบครัวระดับกลางของเมือง คุณเป็นคนงานในโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนคุณเป็นแม่บ้านทำงานไม่ประจำ แต่เนื่องจากคุณพ่อเป็นคนที่ชอบฟุตบอลมากและยังเป็นโค้ชให้กับทีมเด็กเล็กๆประจำเมืองด้วย ชื่อสโมสร กรานโดลี่ คำว่าเด็กเล็กๆที่นี่หมายถึงเล็กมากจริงๆ เพราะว่าอายุแค่ 4 ขวบเค้าก็รักการเล่นฟุตบอลและได้รับพรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานให้มาครบถ้วนแล้ว เพราะเล่นให้กับสโมสรนี้อย่างยอดเยี่ยมตามที่คุณพ่อพยายามฝึกสอนและทำทีมด้วย

นอกจากนั้นในตอนเล็ก เค้าจะมีพี่ชายที่โตกว่าเค้า 2 คนพาไปเล่นบอลกันประจำ พร้อมเพื่อนสนิทอีกคนสองคนเสมอๆ โดยที่มีคุณยายที่เมสซี่รักมากเป็นคนให้กำลังใจ ดูแลเค้าอย่างดี และจะพาเมสซี่กับพี่ๆเพื่อนไปเล่นบอลในเมืองประจำ และนี่มีอิทธิพลมากกับเค้าเมื่อคุณยายมาเสียจากไปทำให้เค้าต้องการตอบแทนอย่างมาก และถึงแม้จะมีแก๊งเตะบอลที่เล่นด้วยกันเสมอ แต่ที่น่าแปลกใจคือ มีเพียงเมสซี่คนเดียวที่มีรูปร่างเล็กและตัวจิ๋วมากที่สุดในกลุ่ม ตามที่เราเห็นปัจจุบันอยู่แล้วคือไม่สูงมาก ให้ลองนึกภาพดูว่าแล้วตอนอายุ 4-12 ขวบ เมสซี่จะตัวเล็กกว่าเด็กทั่วไปในตอนนั้นมากขนาดไหนอีก

แต่ดูเหมือนว่าเมสซี่จะได้รับสิ่งที่เรียกว่าพรสวรรค์จากฟ้าตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว โดยที่ไม่ได้ดูรูปร่างเลยเพราะว่าเค้ามีเท้าซ้ายและทักษะการเล่นกับบอล โดยเฉพาะการเลี้ยงบอลกับความเร็วและลูกเล่นที่ยิงและจ่ายได้อย่างสวยงามมาตั้งแต่เล็กๆ และนั่นทำให้ตอนที่พวกเค้าเริ่มโตขึ้น จนพี่ๆเพื่อนของเมสซี่ก็เริ่มได้ค้าแข้งกับสโมสรเป็นเรื่องเป็นราวจริงๆแล้ว เมสซี่เองก็มีโอกาสย้ายไปเล่นกับทีมดังอย่าง นีเวลโอลส์บอย ตอนอายุ 6 ขวบ ในตำแหน่งที่เค้าถนัดที่สุดคือ กองหน้า หรือปีก และก็เป็นที่นี่แหละที่เค้าเริ่มต้นความมหัศจรรย์และโชว์ฝีเท้าที่ไม่เหมือนเด็กคนอื่นครั้งแรก เพราะว่าเมสซี่จิ๋วยิงไปถึง 500 ลูกในระยะเวลา 4 ปี

ณ ตอนนั้นเองที่ครอบครัวเมสซี่ เริ่มมองเห็นโอกาสและมีความคิดหาทางออกว่า ญาติที่อยู่ไกลไปถึงเสปนที่ คาตาลัน เมืองของสโมสรบาร์เซโลนา สามารถติดต่อให้เมสซี่ไปทดสอบฝีเท้ากับทีมเยาวชนได้ นี่ทำให้ทั้งครอบครัวส่งเมสซี่ไปจัดแจงนัดหมายทดสอบฝีเท้ากับบาร์เซโลนาทันทีในปี 2000 นี่เอง และก็เป็นไปตามคาดว่าโค้ชทีมเห็นฝีเท้าที่ไม่ธรรมดาและต้องการเซ็นสัญญากับเค้าทันที ถึงแม้ว่าจะมีเสียงแตกในบอร์ดบริหารเพราะว่าน้อยมากตอนนั้นที่นักเตะนอกยุโรปจะมาทำผลงานคุ้มค่าตัวที่ยุโรปแบบนี้"
ประสบความสำเร็จกับสโมสร
และหลังจากรอมานานเมสซี่ก็มีโอกาสได้สัมผัสกับทีมชุดใหญ่ตัวจริงของสโมสรที่ยิ่งใหญ่อย่างบาร์ซ่าครั้งแรก ตอนนั้นเป็นปี 2003-2004 สมัยนั้นทีมตัวจริงกำลังขาดนักเตะและกำลังอยู่ในช่วงพักเบรกให้ทีมชาติแข่งกัน และเพียงแค่การฝึกซ้อมกับทีมใหญ่ครั้งแรกก็ทำให้ทุกคนตกใจเช่นกัน เพราะว่าแฟร้ง ไรจ์กาด ที่ตอนนั้นทำทีมตัวจริง ถึงกับต็องออกปากว่าเด็กคนนี้ทำลายพวกเราซะไม่เหลือเลยตอนซ้อม และแม้แต่นักเตะตัวจริงอย่างปีก ลูโดวิช ชูลี่ ก็บอกด้วยว่า แม้แต่กองหลังตัวจริงตอนนั้นก็ยังกลัวการดวลแบบ1-1กับเมสซี่ และเรียกว่าSuper Star Player อย่าง เมซซี่ว่าเอเอลียนจากนอกโลกชัดๆ และในช่วงนั้นเอง ที่นักเตะที่เก่งที่สุดในโลก ณ ตอนนนั้นอย่าง โรนัลดิญโญ่ ที่มาเจอฝีเท้าของเมสซี่อย่างแท้จริงก็ยังต้องยอมรับSuper Star Player อย่าง เมซซี่และเรียกร้องให้ทีมดึงSuper Star Player อย่าง เมซซี่ขึ้นมาเล่นด้วยกันในทีมตัวจริงทันที และทั้งสองก็กลายเป็นเพื่อนกันแบบสนิทกันทันที นี่ช่วยให้เมสซี่เข้ากับทีมและปรับตัวได้ดีขึ้นมาก

และเวลาที่มาถึงในที่สุดเมื่อ เมสซี่ ได้รับการเซ็นสัญญากับทีมชุดใหญ่ระดับมืออาชีพครั้งแรกในที่สุดในปี 2005 ตอนนั้นกับไรจ์กาด และแม้ว่าตำแหน่งที่Super Star Player อย่าง เมซซี่ชอบอย่างกองหน้าทางซ้ายกึ่งปีกจะมีตัวจริงอย่างโรนัลดิญญ่ครองอยู่ ทำให้โค้ชต้องดันSuper Star Player อย่าง เมซซี่ไปเล่นที่ปีกขวาแทน และนี่ทำให้Super Star Player อย่าง เมซซี่เริ่มตำแหน่งนี้โดยโยกตัดเข้ามายิงเท้าซ้ายข้างถนัดอย่างที่เราเห็นกันจนชินตาทุกวันนี้นั่นเอง ในที่สุดSuper Star Player อย่าง เมซซี่ก็ไม่ผิดหวังเมื่อคว้าแชมป์ครั้งแรกกับบาร์ซ่าและเป็นแชมป์ที่ทีมได้ครั้งแรกในรอบ 6 ปีทีเดียว

เมสซี่ประสบความสำเร็จและเป็นหนึ่งในนักเตะที่ได้รางวัลและคว้าแชมป์มากที่สุดในโลกด้วย โดย ณ ปัจจุบันนี้ เมสซี่ได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรปและรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกแห่งปี ครั้งแรกในปี 2009 และหลังจากนั้นก็อีกถึง 3 ครั้งในปี 2010-2012 ติดๆกัน และล่าสุดในปี 2005 ด้วย และถ้าให้นับรางวังนักเตะยอดเยี่ยมรวมทุกการแข่งขันแล้วSuper Star Player อย่าง เมซซี่มีถึง 20 ถ้วยแน่นอน และยังมีถ้วยรางวัลแชมป์มากมายถึง 30 โทรฟี่ ไม่ว่าจะเป็น 8 แชมป์ลาลีกา 4สมัยจากแชมป์เปี้ยนลีก 5 ถ้วยโคปาเดวเรย์ และยังยิงให้ทั้งสโมสรและทีมชาติไปถึงกว่า 600 ประตูรวมกันแล้ว และSuper Star Player อย่าง เมซซี่ยังทำลายสถิติต่างๆของสโมสรอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้านอายุหรือจำนวนตัวเลข นั่นรวมถึงนักเตะที่ยิงเยอะที่สุดตลอดกาลของสโมสรในปี 2012 ที่ผ่านมา

ทีมชาติ
ในทีมชาติ เมซซี่ ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับนึง แต่ยังไม่ถึงที่สุด เพราะว่าเค้าติดทีมชาติตั้งแต่ชุดเล็ก U-17 ต่ำกว่า 17 ปีของอาร์เจนติน่า และ เคยได้อันดับ 3 ของรายการฟีฟ่าเยาวชนโลกด้วย แต่ว่าในระดับที่สูงกว่านั้นกับทีมชาติชุดใหญ่ของอาร์เจนติน่า เช่น World Cup ฟุตบอลโลกต่างๆ ตั้งแต่ปี 2006 ที่ได้ไปเล่นรอบสุดท้าย ก็ยังไม่เคยได้แชมป์เลย เพราะว่า ในฟุตบอลโลก World cup มีน้อยทีมทีจะแข่งขันกับทีมยักษ์ใหญ่จากยุโรปได้ หากมาจากอเมริกาใต้ ส่วนในรายการ ฟุตบอลโคปา อเมริกาปี 2007 พวกเค้าได้เข้ารอบชิงก็จริง แต่กลับแพ้บราซิลไปยับเยิน 0-3 เลย ดังนั้น ในรายการ World cup 2018 ที่ Russia ปีนี้ ก็นับเป็นรายการที่ดีและโอกาสเหมาะที่เมซซี่ในฐานะ Super Star Player จะถือโอกาสพยายามเอาชนะฝ่าฟันกับทีมอาร์เจนติน่าเพื่อให้ได้ถ้วย World Cup มาอย่างสมฐานะ

วิเคราะห์การเล่น
การวิเคราะห์การเล่นของเมสซี่น่าจะไม่ยากเท่าไร เพราะว่าแฟนบอลได้เห็นเค้าแสดงความมหัศจรรย์กันมาแทบทุกมุมอยู่แล้ว และแน่นอนเรื่องแรกที่เห็นแล้วรู้เลยทันทีก็คือ เค้าเป็นนักเตะตัวเตี้ย ที่ต้องมีศูนย์ถ่วงต่ำเหมือนกับกลุ่มนักเตะทั่วไปที่เตี้ยเหมือนกัน และนี่ช่วยให้เค้าเพิ่มความคล่องตัวมากกว่าพวกตัวสูง เช่น ทำให้หักมุมการเลี้ยง และเปลี่ยนทิศทางการควบคุมวิ่งไปกับบอลได้ดีมาก หลบการแทคเกิลของกองหลังได้ง่ายๆไปในตัวเลย
เรื่องต่อมาถึงแม้ว่าถ้าดูภายนอกแล้วตัวเค้าจะไม่น่าแข็งแรงเท่าไร แต่ว่าช่วงบนของลำตัวเมสซี่มีความแข็งมากและกล้ามเนื้อเยอะ นั่นทำให้พอผสมกับศูนย์ถ่วงต่ำเค้าสามารถทนทานการสกัดและดวลกับกองหลังได้ดีมากโดยไม่เสียบอลเลย และนี่ทำให้เค้าแตกต่างกับนักเตะตัวเล็กแต่อ่อนแอเช่นทีมที่อาจจะเตี้ยเป็นหลักเช่นทีมชาติที่เรารู้กันดีนั่นเอง
ขาของเค้าก็เป็นจุดเด่น แม้ว่าจะสั้นกว่าคนอื่นแต่นี่ทำให้ช่วงกันเพิ่มเร่งสปีดการวิ่งในระยะทางสั้นทำได้เร็วมากจน ทำให้เค้าเร่งการวิ่งหนี้ตัวสะกัดได้เร็วมาก ยิ่งถ้ามีบอลติดเท้าแล้วจะเร็วกว่าตอนไม่มีบอลอีก ที่จริง กวาดิโอล่า เคยบอกว่าเค้าชอบเลี้ยงบอลด้วยข้างเท้าซ้ายด้านนอก แต่ยิงและส่งด้วยข้างเท้าด้านใน และตั้งแต่ช่วงอายุ 20 เค้าก็เริ่มพัฒนาการยิงด้วยเท้าอีกข้างที่ไม่ถนัดมากขึ้นเรื่อยๆด้วย
นอกจากนั้นความสามารถอื่นเมสซี่ก็มีครบหมด ทั้งการส่งที่แม่นยำ ความคิดสร้างสรรค์ในการปั้นเกม หรือการยิงที่คมและแรงในหลายๆเทคนิค รวมทั้งการยิงฟรีคิกแม่นราวกับจับวาง และจุดโทษที่ไม่ค่อยพลาด แต่ที่เด่นสุดคงจะเป็นการเลี้ยงบอล เพราะแทบทั้งโลกยอมรับว่าเค้าเลี้ยงบอลน่าจะติดอันดับตำนานโลก หรือ ดีที่สุดในโลกตอนนี้ด้วย มาราโดน่า ยังบอกเองด้วยว่า อาจจะมีนักเตะเก่งกว่าเมสซี่ แต่ไม่มีคนที่เลี้ยงบอลได้ติดเท้าเหมือนเค้าแน่นอน
ส่วนตำแหน่งที่เค้าเล่นคือ เริ่มต้นจากการเล่นเป็นตัวทำเก่งหลังกองหน้าคู่สมัยอยู่ทีมเยาวชน และมาเพิ่มเปลี่ยนเป็นตัวจริงทางขวาในยุคแรกที่เล่นตัวจริงให้กับบาร์ซ่า และเมื่อเล่นทีมชาติจะรับบทบาททางปีขวาหรือไม่ก็ซ้าย แต่เมื่อเปลี่ยนโค้ชเป็นกวาดิโอล่า เค้าจะถูกจะมายืนเป็นกองหน้าแบบ ฟอลซ์ ไนน์ และเริ่มชอบกระชากบอลจากกลางสนามขึ้นมามากขึ้น และเมื่อเปลี่ยนโค้ชอีกเป็น หลุยซ์ เอนริเก้ เค้าก็กลับมายืนตำแหน่งปีกขวาตามถนัดอีก
ยังมีการว่ากันสืบปากว่า เมสซี่ เป็นจอมพัฒนาการเล่นของตัวเองตลอดเวลาทุกปีจนทุกๆปีเค้าจะเพิ่มทักษะและทำได้ดีขึ้นในด้านต่างๆ เช่น การจ่ายบอลจังหวะสุดท้ายได้ดีขึ้นในการตัดสินใจ หรือการเล่นเกมรับเป็นทีมมากขึ้น หากแฟนบอลเคยอ่านบทสัมภาษณ์หลายๆครั้งของสลาตัน จะทราบว่าไอดอลนักบอลที่สลาตันชื่นชอบตั้งแต่เด็กๆ และฝันอยากเลียนแบบมาตลอดก็คือ โรนัลโด โล้นทองคำจากบราซิลผู้มีลีลาลากเลื้อยด้วยเทคนิคและทักษะแบบแซมบ้าแท้ๆ
เมสซี่มีอีกเรื่องที่ต้องพูดถึงนั่นคือ การเล่นแบบที่ไม่มีแรงกดดันเค้าทำได้ดีมากๆ และนี่ทำให้เค้ากลายเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลกได้ เพราะว่าความกดดันและประหม่าหรือกลัวทำอะไรเมสซี่ไม่ได้เลย โค้ชเก่าของเค้าบอกว่า เค้าไม่เหมือนนักเตะที่อาจมีพรสวรรค์คนอื่นๆในโลกก็ตรงที่จิตใจที่เข้มแข็งของเมสซี่รู้วิธีรับมือกับความกดดันในเกมใหญ่เสมอ ไม่เหมือนกับนักเตะเทพแต่ไม่เกิดเพราะใจไม่แข็งพอ เวลาขาสั่นเล่นต่อหน้าคนเยอะๆ
เมสซี่เล่นแบบเดียวกันหมด ไม่ว่าจะเป็นเกมไหนใหญ่แค่ไหน และนี่ทำให้เค้าสามารถระเบิดฟอร์มต่อเนื่องติดกันหลายปีตลอดอายุการเล่นของเค้านั่นเอง

ก็หวังว่าในรายการ "World Cup 2018 Russia" Super Star Player อย่าง เมซซี่จะสำแดงฝีเท้าให้แฟนบอลได้เห็นอย่างที่นะครับ"
การวิเคราะห์การเล่นของเมสซี่น่าจะไม่ยากเท่าไร เพราะว่าแฟนบอลได้เห็นเค้าแสดงความมหัศจรรย์กันมาแทบทุกมุมอยู่แล้ว และแน่นอนเรื่องแรกที่เห็นแล้วรู้เลยทันทีก็คือ เค้าเป็นนักเตะตัวเตี้ย ที่ต้องมีศูนย์ถ่วงต่ำเหมือนกับกลุ่มนักเตะทั่วไปที่เตี้ยเหมือนกัน และนี่ช่วยให้เค้าเพิ่มความคล่องตัวมากกว่าพวกตัวสูง เช่น ทำให้หักมุมการเลี้ยง และเปลี่ยนทิศทางการควบคุมวิ่งไปกับบอลได้ดีมาก หลบการแทคเกิลของกองหลังได้ง่ายๆไปในตัวเลย
เรื่องต่อมาถึงแม้ว่าถ้าดูภายนอกแล้วตัวเค้าจะไม่น่าแข็งแรงเท่าไร แต่ว่าช่วงบนของลำตัวเมสซี่มีความแข็งมากและกล้ามเนื้อเยอะ นั่นทำให้พอผสมกับศูนย์ถ่วงต่ำเค้าสามารถทนทานการสกัดและดวลกับกองหลังได้ดีมากโดยไม่เสียบอลเลย และนี่ทำให้เค้าแตกต่างกับนักเตะตัวเล็กแต่อ่อนแอเช่นทีมที่อาจจะเตี้ยเป็นหลักเช่นทีมชาติที่เรารู้กันดีนั่นเอง
ขาของเค้าก็เป็นจุดเด่น แม้ว่าจะสั้นกว่าคนอื่นแต่นี่ทำให้ช่วงกันเพิ่มเร่งสปีดการวิ่งในระยะทางสั้นทำได้เร็วมากจน ทำให้เค้าเร่งการวิ่งหนี้ตัวสะกัดได้เร็วมาก ยิ่งถ้ามีบอลติดเท้าแล้วจะเร็วกว่าตอนไม่มีบอลอีก ที่จริง กวาดิโอล่า เคยบอกว่าเค้าชอบเลี้ยงบอลด้วยข้างเท้าซ้ายด้านนอก แต่ยิงและส่งด้วยข้างเท้าด้านใน และตั้งแต่ช่วงอายุ 20 เค้าก็เริ่มพัฒนาการยิงด้วยเท้าอีกข้างที่ไม่ถนัดมากขึ้นเรื่อยๆด้วย
นอกจากนั้นความสามารถอื่นเมสซี่ก็มีครบหมด ทั้งการส่งที่แม่นยำ ความคิดสร้างสรรค์ในการปั้นเกม หรือการยิงที่คมและแรงในหลายๆเทคนิค รวมทั้งการยิงฟรีคิกแม่นราวกับจับวาง และจุดโทษที่ไม่ค่อยพลาด แต่ที่เด่นสุดคงจะเป็นการเลี้ยงบอล เพราะแทบทั้งโลกยอมรับว่าเค้าเลี้ยงบอลน่าจะติดอันดับตำนานโลก หรือ ดีที่สุดในโลกตอนนี้ด้วย มาราโดน่า ยังบอกเองด้วยว่า อาจจะมีนักเตะเก่งกว่าเมสซี่ แต่ไม่มีคนที่เลี้ยงบอลได้ติดเท้าเหมือนเค้าแน่นอน
ส่วนตำแหน่งที่เค้าเล่นคือ เริ่มต้นจากการเล่นเป็นตัวทำเก่งหลังกองหน้าคู่สมัยอยู่ทีมเยาวชน และมาเพิ่มเปลี่ยนเป็นตัวจริงทางขวาในยุคแรกที่เล่นตัวจริงให้กับบาร์ซ่า และเมื่อเล่นทีมชาติจะรับบทบาททางปีขวาหรือไม่ก็ซ้าย แต่เมื่อเปลี่ยนโค้ชเป็นกวาดิโอล่า เค้าจะถูกจะมายืนเป็นกองหน้าแบบ ฟอลซ์ ไนน์ และเริ่มชอบกระชากบอลจากกลางสนามขึ้นมามากขึ้น และเมื่อเปลี่ยนโค้ชอีกเป็น หลุยซ์ เอนริเก้ เค้าก็กลับมายืนตำแหน่งปีกขวาตามถนัดอีก
ยังมีการว่ากันสืบปากว่า เมสซี่ เป็นจอมพัฒนาการเล่นของตัวเองตลอดเวลาทุกปีจนทุกๆปีเค้าจะเพิ่มทักษะและทำได้ดีขึ้นในด้านต่างๆ เช่น การจ่ายบอลจังหวะสุดท้ายได้ดีขึ้นในการตัดสินใจ หรือการเล่นเกมรับเป็นทีมมากขึ้น หากแฟนบอลเคยอ่านบทสัมภาษณ์หลายๆครั้งของสลาตัน จะทราบว่าไอดอลนักบอลที่สลาตันชื่นชอบตั้งแต่เด็กๆ และฝันอยากเลียนแบบมาตลอดก็คือ โรนัลโด โล้นทองคำจากบราซิลผู้มีลีลาลากเลื้อยด้วยเทคนิคและทักษะแบบแซมบ้าแท้ๆ
เมสซี่มีอีกเรื่องที่ต้องพูดถึงนั่นคือ การเล่นแบบที่ไม่มีแรงกดดันเค้าทำได้ดีมากๆ และนี่ทำให้เค้ากลายเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลกได้ เพราะว่าความกดดันและประหม่าหรือกลัวทำอะไรเมสซี่ไม่ได้เลย โค้ชเก่าของเค้าบอกว่า เค้าไม่เหมือนนักเตะที่อาจมีพรสวรรค์คนอื่นๆในโลกก็ตรงที่จิตใจที่เข้มแข็งของเมสซี่รู้วิธีรับมือกับความกดดันในเกมใหญ่เสมอ ไม่เหมือนกับนักเตะเทพแต่ไม่เกิดเพราะใจไม่แข็งพอ เวลาขาสั่นเล่นต่อหน้าคนเยอะๆ
เมสซี่เล่นแบบเดียวกันหมด ไม่ว่าจะเป็นเกมไหนใหญ่แค่ไหน และนี่ทำให้เค้าสามารถระเบิดฟอร์มต่อเนื่องติดกันหลายปีตลอดอายุการเล่นของเค้านั่นเอง

ก็หวังว่าในรายการ "World Cup 2018 Russia"Super Star Player อย่าง เมซซี่จะสำแดงฝีเท้าให้แฟนบอลได้เห็นอย่างที่นะครับ
การวิเคราะห์การเล่นของเมสซี่น่าจะไม่ยากเท่าไร เพราะว่าแฟนบอลได้เห็นเค้าแสดงความมหัศจรรย์กันมาแทบทุกมุมอยู่แล้ว และแน่นอนเรื่องแรกที่เห็นแล้วรู้เลยทันทีก็คือ เค้าเป็นนักเตะตัวเตี้ย ที่ต้องมีศูนย์ถ่วงต่ำเหมือนกับกลุ่มนักเตะทั่วไปที่เตี้ยเหมือนกัน และนี่ช่วยให้เค้าเพิ่มความคล่องตัวมากกว่าพวกตัวสูง เช่น ทำให้หักมุมการเลี้ยง และเปลี่ยนทิศทางการควบคุมวิ่งไปกับบอลได้ดีมาก หลบการแทคเกิลของกองหลังได้ง่ายๆไปในตัวเลย
เรื่องต่อมาถึงแม้ว่าถ้าดูภายนอกแล้วตัวเค้าจะไม่น่าแข็งแรงเท่าไร แต่ว่าช่วงบนของลำตัวเมสซี่มีความแข็งมากและกล้ามเนื้อเยอะ นั่นทำให้พอผสมกับศูนย์ถ่วงต่ำเค้าสามารถทนทานการสกัดและดวลกับกองหลังได้ดีมากโดยไม่เสียบอลเลย และนี่ทำให้เค้าแตกต่างกับนักเตะตัวเล็กแต่อ่อนแอเช่นทีมที่อาจจะเตี้ยเป็นหลักเช่นทีมชาติที่เรารู้กันดีนั่นเอง
ขาของเค้าก็เป็นจุดเด่น แม้ว่าจะสั้นกว่าคนอื่นแต่นี่ทำให้ช่วงกันเพิ่มเร่งสปีดการวิ่งในระยะทางสั้นทำได้เร็วมากจน ทำให้เค้าเร่งการวิ่งหนี้ตัวสะกัดได้เร็วมาก ยิ่งถ้ามีบอลติดเท้าแล้วจะเร็วกว่าตอนไม่มีบอลอีก ที่จริง กวาดิโอล่า เคยบอกว่าเค้าชอบเลี้ยงบอลด้วยข้างเท้าซ้ายด้านนอก แต่ยิงและส่งด้วยข้างเท้าด้านใน และตั้งแต่ช่วงอายุ 20 เค้าก็เริ่มพัฒนาการยิงด้วยเท้าอีกข้างที่ไม่ถนัดมากขึ้นเรื่อยๆด้วย
นอกจากนั้นความสามารถอื่นเมสซี่ก็มีครบหมด ทั้งการส่งที่แม่นยำ ความคิดสร้างสรรค์ในการปั้นเกม หรือการยิงที่คมและแรงในหลายๆเทคนิค รวมทั้งการยิงฟรีคิกแม่นราวกับจับวาง และจุดโทษที่ไม่ค่อยพลาด แต่ที่เด่นสุดคงจะเป็นการเลี้ยงบอล เพราะแทบทั้งโลกยอมรับว่าเค้าเลี้ยงบอลน่าจะติดอันดับตำนานโลก หรือ ดีที่สุดในโลกตอนนี้ด้วย มาราโดน่า ยังบอกเองด้วยว่า อาจจะมีนักเตะเก่งกว่าเมสซี่ แต่ไม่มีคนที่เลี้ยงบอลได้ติดเท้าเหมือนเค้าแน่นอน
ส่วนตำแหน่งที่เค้าเล่นคือ เริ่มต้นจากการเล่นเป็นตัวทำเก่งหลังกองหน้าคู่สมัยอยู่ทีมเยาวชน และมาเพิ่มเปลี่ยนเป็นตัวจริงทางขวาในยุคแรกที่เล่นตัวจริงให้กับบาร์ซ่า และเมื่อเล่นทีมชาติจะรับบทบาททางปีขวาหรือไม่ก็ซ้าย แต่เมื่อเปลี่ยนโค้ชเป็นกวาดิโอล่า เค้าจะถูกจะมายืนเป็นกองหน้าแบบ ฟอลซ์ ไนน์ และเริ่มชอบกระชากบอลจากกลางสนามขึ้นมามากขึ้น และเมื่อเปลี่ยนโค้ชอีกเป็น หลุยซ์ เอนริเก้ เค้าก็กลับมายืนตำแหน่งปีกขวาตามถนัดอีก
ยังมีการว่ากันสืบปากว่า เมสซี่ เป็นจอมพัฒนาการเล่นของตัวเองตลอดเวลาทุกปีจนทุกๆปีเค้าจะเพิ่มทักษะและทำได้ดีขึ้นในด้านต่างๆ เช่น การจ่ายบอลจังหวะสุดท้ายได้ดีขึ้นในการตัดสินใจ หรือการเล่นเกมรับเป็นทีมมากขึ้น หากแฟนบอลเคยอ่านบทสัมภาษณ์หลายๆครั้งของสลาตัน จะทราบว่าไอดอลนักบอลที่สลาตันชื่นชอบตั้งแต่เด็กๆ และฝันอยากเลียนแบบมาตลอดก็คือ โรนัลโด โล้นทองคำจากบราซิลผู้มีลีลาลากเลื้อยด้วยเทคนิคและทักษะแบบแซมบ้าแท้ๆ
เมสซี่มีอีกเรื่องที่ต้องพูดถึงนั่นคือ การเล่นแบบที่ไม่มีแรงกดดันเค้าทำได้ดีมากๆ และนี่ทำให้เค้ากลายเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลกได้ เพราะว่าความกดดันและประหม่าหรือกลัวทำอะไรเมสซี่ไม่ได้เลย โค้ชเก่าของเค้าบอกว่า เค้าไม่เหมือนนักเตะที่อาจมีพรสวรรค์คนอื่นๆในโลกก็ตรงที่จิตใจที่เข้มแข็งของเมสซี่รู้วิธีรับมือกับความกดดันในเกมใหญ่เสมอ ไม่เหมือนกับนักเตะเทพแต่ไม่เกิดเพราะใจไม่แข็งพอ เวลาขาสั่นเล่นต่อหน้าคนเยอะๆ
เมสซี่เล่นแบบเดียวกันหมด ไม่ว่าจะเป็นเกมไหนใหญ่แค่ไหน และนี่ทำให้เค้าสามารถระเบิดฟอร์มต่อเนื่องติดกันหลายปีตลอดอายุการเล่นของเค้านั่นเอง

ก็หวังว่าในรายการ "World Cup 2018 Russia" เมซซี่จะสำแดงฝีเท้าให้แฟนบอลได้เห็นอย่างที่นะครับ