การแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม G อังกฤษ VS. ตูนีเซีย

วิเคราะห์วิจารณ์เกมฟุตบอลโลก World Cup 2018 Russia

เกมการแข่งขันระหว่างยอดทีมในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ถ้าจะเรียกว่ารอบแรกมีทีมไหนที่เป็นขวัญใจมหาชนคนไทยที่สุดแล้ว ก็คงจะเป็นอังกฤษนี่แหละที่มาในฐานะไม่มีแชมป์เก่าใดๆของบอลยูโรและบอลโลกที่ผ่านมาเลย แต่ก็เป็นที่รักที่หวงนักหนาของบ้านเรา เนื่องจากมีทีมผีแดงและหงส์แดงปะปน และนักเตะจากสโมสรเหล่านี้ค่อนข้างเยอะ นั่นทำให้การแข่งขัน ในปีนี้ ระหว่างเกมแรกที่ อังฤษจะเจอกับ ตูนีเซียจากทวีปแอฟริกา มีความน่าสนใจไม่น้อย เพราะถึงแม้จะดูเหมือนว่า ทีมอังกฤษเป็นต่อทุกด้านทุกประตู แต่ทว่า ประวัติอันยาวนานด้านความไม่คงเส้นคงวา ของการเล่นรอบสุดท้ายจนตกรอบแรกบ่อยๆนั้น มันติดตาอยู่ทุกสมัย ทำให้เกมนี้ การวางแผนนักเตะที่เล่นในการเจอกันของสองทีมนี้ มีความน่าสนใจอย่างมาก เกมจะสูสีและมีความันดุเดือดแค่ไหน เกมจะเป็นอย่างไรให้เราไปดูรีวิวกันเลยครับ

วิเคราะห์แทคติก

ในเกมนี้ ฝ่ายอังกฤษนั้นมาด้วยแผน 3-5-2 กองหลัง 3 ตัว คือ สโตนส์, แมคไกวร์ และวอล์คเกอร์ นั่นทำให้เกมรับของพวกเค้าได้รับการเน้นเป็นพิเศษ และพวกเค้ายังได้กองหน้าตัวหลัก และตัวความหวังของอังกฤษยุคใหม่ยุคนี้ นั่นคือ แฮรรี่ เคน กลับมาจากอาการบาดเจ็บ เล่นเป็นกองหน้าเป้า และให้ ดาวรุ่งจากไก่เดือยทอง อย่าง เดเลี อัลลี่ เล่นเป็นกองหน้าตัวต่ำ อีก 1 คนที่ทำให้แผนนี้น่าสนใจคือ ตำแหน่ง แบ็คขวา ที่เค้าใช้ ทริปปิเย่ร์ ลงเล่นตัวจริง หลังจากดัน วอล์คเกอร์เข้าไปเล่นกองหลังตัวกลาง ว่ากันว่าในทีมอังกฤษชุดนี้ เค้าให้ทริปปิเย่ร์เพราะว่าไม่มีใคร เล่นทางกราบขวาดีเท่าเค้า ด้วยการเปิดบอลโค้ง และผ่านบอลได้เสียจากด้านข้างดีที่สุดนั่นเอง ไม่เพียงแค่นั้น เค้ายังรับหน้าที่เล่นลูกตั้งเตะเกือบทั้งหมดเอง ไม่ว่าจะเป็นคอร์เนอร์ และลูกเตะนิ่ง และนี่ก็ได้ผลทันที เพราะว่าทั้ง 2 ประตูที่อังกฤษได้มาจากลูกนิ่งของเค้า ที่สุดท้ายเคนเป็นคนเก็บตกยิงเข้าไปทั้งสองลูก ส่วนตูนิเซียนั้น พวกเค้าตั้งใจมาเล่นเกบรับแน่นอนอยู่แล้ว ทำให้เกมบุก และนักเตะตัวทำเกมไม่ได้แสดงศักยาภาพเท่าไร และต้องอุดเกือบทั้งเกม พวกเค้าไม่ได้มีจุดเด่นที่กองกลาง และกองหน้าเลย ทำให้การผ่านบอล และการครองเกมไม่ได้มีอะไรน่ากลัวเลยแต่น้อย ยังดีที่ได้จุดโทษตีเสมอแบบไม่คาดคิด ดังนั้นดูรวมๆแล้ว ปีนี้ บอลโลกคงมีหลายทีมจะมาเล่นอุดแบบนี้แน่ๆ ส่วน ตูนีเซียน่าจะจอดป้ายแรกไม่ยากเย็น ส่วนอังกฤษคงต้องพิสูจน์ตัวเกมต่อไป นอกเหนือจาก เคนคนเดียวที่สอบผ่าน