การแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม E บราซิล VS. สวิสเซอร์แลนด์

การแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม E บราซิล VS. สวิสเซอร์แลนด์

เกมการแข่งขันระหว่างยอดทีมขวัญใจมหาชนทั่วโลกอย่างบราซิล ซึ่งเป็นตัวเก็งที่มีสิทธิ์จะคว้าแชมป์โลกในฟุตบอลโลกครั้งนี้อันดับต้นๆ และยังมีนัดต้องล้างอายการแพ้พ่ายในรอบรองปี 2014 ไปจนโลกต้องจำอดได้แชมป์ไป 1-4 อีกด้วย กับทีมที่มาเงียบๆแต่นิ่งๆอย่างสวิสที่เต็มไปด้วยคุณภาพและเล่นอย่างฉลาดมาอย่างต่อเนื่องในทุกๆทัวนาเม้นช่วงหลังๆ ย่อมทำให้แฟนบอลได้เห็นเกมการแข่งขันดีๆ และมีคุณภาพน่าสนใจแน่นอน  และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะว่าแม้บราซิลจะยิงขึ้นนำไปก่อนตามสไตล์แซมบ้า แต่ก็ต้องลงเอยด้วยผลการแข่งขันที่พลิกล็อก คือเสมอกันไป 1-1 แถมยังเรียกได้ว่า มีหลายจุดให้พูดถึงท่ามกลางความผิดหวังของแฟนๆทั่วโลกด้วย เกมจะเป็นอย่างไรให้เราไปดูรีวิวกันเลยครับ

วิเคราะห์แทคติก

ในเกมนี้ บราซิลจัดทัพเต็มสูบด้วยแผนการเล่น 4-3-3 เน้นเกมบุกแน่นอนด้วย การใช้กองกลางทั้ง 3 มีเพียงคาเซเมโร่เพียงคนเดียวเป็นตัวรับ และให้คูติญโญ่จากหงส์แดงมาเล่นเป็นการรุกทางซ้ายด้วย กองหน้านั้นให้เนย์ม่าที่รักษาอาการบาดเจ็บลงนำได้ด้วยความหวังสูงสุดฐานะนักเตะที่ดังที่สุดตอนนี้ และหวังจะให้เป็นการแจ้งเกิดในเวทีนี้เต็มตัวด้วย และก็ดูเหมือนว่าจะไปได้ดี

เมื่อครองบอลและบุกกดดันได้ช่วงแรกจนให้คูติญโยญ่มีโอกาสได้สับไกลยิงไกลมากจากนอกกรอบฝั่งซ้ายเสียบเสาไกลอย่างเหลือเชื่อ และชวนให้แซบ้าคาดว่าจะมีมาอีกแน่ๆ แต่ทว่าเกมกลับไม่เป็นแบบนั้น เพราะว่าสวิสจัดแผน 4-2-3-1 มาอัดกองกลางตัวรับอย่างเบราห์มี่ที่ถนัดการตามประกบและตัดเกมจนทำให้ไม่สามารถปล่อยบราซิลเจาะพื้นที่สุดท้ายได้สะดวก แถมยังมีซาก้าคอยสกรีนอีกชั้นทำหน้าที่กองกลางปั้นเกมจากแนวลึก ซ้อนการมาแถวสองได้อย่างดี ในที่สุดพวกเค้าก็เริ่มครองเกมสู้จนได้ประตูจากลูกตั้งเตะ และหลังจากนั้นทั้งเกมบราซิลก็แทบจะไม่มีโอกาสจะๆอีกเลย   โดยสาเหตุนึงก็คงเพราะว่าการจัดทัพที่ผิดพลาด ให้เนย์มาร์เป็นตัวจริง เพราะมีหลายเสียงมากๆวิจารณ์ว่าสตาร์คนนี้ทำบอลเสียเพราะอยากโชว์มากเกินไปบ่อยจนทีมเอือมและ ไม่ได้สร้างสรรค์อะไรที่ดีน่าจดจำเลย  นอกจากนั้นแล้วยังมีหลายกระแสวิจารณ์ว่า ทำไมไม่ให้เฟอร์มิโน่ จากหงส์แดงลงเล่นตำแหน่งกองหน้าตัวจริงแทนกราเบรียล เฆซุส ทั้งๆที่เค้าถนัดการประสานงานกับคูติญโญ่มากกว่าเพราะว่าเล่นกันนานมากตอนอยู่ลิเวอร์พูล และยังแสดงให้เห็นแล้วว่าเข้าขารู้ใจ เห็นหน้ารู้ชื่อพ่อขนาดที่ช่วยกันยิงและสนุกสนานกันทำประตูนับสิบๆลูกระหว่างสองคน  ทั้งหมดนี้ทำให้เกมการเล่นของบราซิลกร่อยลงไปมาก จนสรุปได้ว่าสตาร์ล้นทีมแบบแซมบ้าปีนี้ก็อาจจะไปไม่ไกลอีกก็ได้