การแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม D อาร์เจนติน่า VS. ไอซ์แลนด์

การแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม D อาร์เจนติน่า VS. ไอซ์แลนด์

เกมการแข่งขันระหว่างยอดทีมอย่างอาร์เจนติน่า ซึ่งเป็นตัวเก็งที่มีสิทธิ์จะคว้าแชมป์โลกในฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วย กับทีมเล็กและเป็นน้องใหม่ที่เพิ่งจะได้เล่นฟุตบอลโลกครั้งนี้อย่างประหลาดใจหลายๆคน โดยเฉพาะแฟนบอลคนไทยที่แทบจะไม่เคยรู้จักได้ยินประเทศนี้ด้วยซ้ำ  แต่เกมกลับจบลงด้วยความประหลาดใจหนักเข้าไปอีกด้วยผลการแข่งขันที่พลิกล็อก คือเสมอกันไป 1-1 แถมยังเรียกได้ว่าผิดคาดแต่คู่ควรทุกประการอีกด้วย  เกมจะเป็นอย่างไรให้เราไปดูรีวิวกันเลยครับ

วิเคราะห์แทคติก

ในเกมนี้ อเกวโร่กุน กองหน้าจากแชมป์อังกฤษเรือใบสีฟ้า ยิงให้ทีมฟ้าขาวนำไปก่อนแบบสบายๆตามคาดในนาทีที่ 19 แต่ว่าหลังจากนั้นทีมไอซ์แลนด์ตามเอาคืนได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่ 4 นาทีให้หลังเท่านั้นเอง  ส่วนสาเหตุที่เกมออกมารูปแบบนี้จะเห็นว่า  ทีมอาร์เจนนั้นมาด้วยระบบ 4-3-3 ตามคาดซึ่งเป็นแบบเน้นเกมรุก ที่บอกว่าไม่แปลกก็เพราะว่า ในทีมมียอดตัวรุกระดับโลกมากมายไม่ว่าจะเป็น กุน และอัจฉริยะที่ทุกคนเฝ้าดูฟอร์มประจำทัวร์นาเม้นอย่าง เมซซี่ และดิมาเรีย อีกคน

จึงใส่แผงหน้ามาเต็มสูบอย่างที่เห็น  แต่ทว่า ที่หลายๆคนไม่ทราบคือ ทีมชาติไอซ์แลนด์ทีมนี้ ไม่ธรรมดาตั้งแต่รอบคัดเลือกแล้ว เพราะว่าเข้ารอบมาได้โดยเบียดฮอลแลนด์ตกรอบด้วยซ้ำ ดังนั้น การเจอทีมใหญ่ๆมาบุกใส่ถือว่าธรรมดามาก และพร้อมรับมืออยู่แล้วด้วยระบบเน้นรับไว้ก่อน 4-4-1-1 กึ่ง 4-5-1 ในบางจังหวะ ทำให้ตั้งใจปล่อยให้ฟ้าขาวได้ครองบอลมากกว่า แต่ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะว่า มีการถอยแผงกลางลงไปชิดกับแนวรับ ลดพื้นที่ และบีบเกมให้ต้องโยนบอลยาวเข้าใส่เท่านั้น  ทำให้เสร็จกองหลังที่รูปร่างสูงใหญ่มากกว่าเยอะอยู่แล้ว

ไม่เพียงเท่านั้น  ไอซ์แลนด์ยังคอยส่งกองกลางตัวรับ 1-2 คนคอยประกอบ เมซซี่ที่รับบทหน้าต่ำอยู่เสมอ ด้วยการล่ามโซ่แน่น แถมยังดูเหมือนว่าผู้ทำหน้าที่ประกบทำงานอย่างศึกษางานมาก่อนด้วย เพราะว่าเข้าใจวิธีการเลี้ยงบอล และม้วนตัวหลอกของเมซซี่อย่างดีจนเล่นไม่ออก  และที่สำคัญการสวนกลับหรืออย่างน้อยพยายามขู่เกมรับของอาร์เจนจนได้ประตูก็ได้ผล ด้วยการตั้งใจเคลียร์บอลออกจากเกมรับไปด้านข้างให้ผู้เล่นทางกราบสวนกลับเร็วอย่างเป็นระบบจนได้ประตูตีเสมอ และยังพาบอลออกมากดดันให้ทีมฟ้าขาวไม่กล้าบุกตลอดครึ่งหลังก็พิสูจน์ให้เห็นว่า ผลการแข่งขัน 1-1 ถือว่าเป็นเกมที่เหมาะสมแล้ว และยังทำให้ทั้งโลกรู้ว่า ทีมไอซ์แลนด์ไม่ธรรมดาจริงๆ