การแข่งขันรอบตัดเชือก 16 ทีม คู่ อุรุกวัย VS. โปรตุเกส

การแข่งขันรอบตัดเชือก 16 ทีม คู่ อุรุกวัย  VS. โปรตุเกส

เกมการแข่งขันฟุตบอลโลกระหว่างยอดทีมที่มีดาวดังหมายเลขหนึ่งของโลกแบบ   คริสเตียโน โรนัลโด  ที่เข้ารอบมาได้อย่างเฉียดฉิว ทำให้มีหวังในการคว้าแชมป์โลกเป็นครั้งแรกอีกแล้ว  และแม้ว่าในเกมรอบแรกนั้น พวกเค้าจะยังโชว์ฟอร์ม

ไม่ออกเท่าไหร่   แต่ก็ต้องบอกว่า ได้โรนัลโด เกือบคนเดียวล้วนๆ  ที่ยิงแล้วยิงอีก พาทีมมารอดเข้าฝั่งได้ในที่สุด   เกมนี้พวกเค้ามาเจอทีมที่ชื่อเสียงต่ำกว่าอย่าง อุรุกวัย  แน่นอนแต่ช้าก่อน  อุรุกวัยทีมนี้  ต้องเป็นทีมที่ประมาทไม่ได้ที่สุด ในฟุตบอลโลก ปีนี้แน่นอนเพราะว่าการเล่นของพวกเค้าเนี้ยบมาก  ทั้งรับแน่น  รุกน่ากลัว  และมีความฉลาดความขยันเสมอในแต่ละเกม  การเจอกันในเกมนี้จึงถือว่าน่าสนใจมากว่า  การเล่นแบบพึ่งพาคนเดียว หรือ การเล่นเป็นทีมใครจะเป็นฝ่ายเข้ารอบ   เกมจะเป็นอย่างไรให้เราไปดูรีวิวกันเลยครับ

วิเคราะห์แทคติก

ในฟุตบอลโลกเกมนี้ โปรตุเกส จัดทัพเต็มสูบด้วยแผนการเล่น 4-2-3-1 เน้นเกมบุกแน่นอนตามไสตล์ของพวกเค้าด้วย การใช้กองกลางทั้ง 2 และกลางรุก 3 คนก็มีความเก๋า เพราะว่านำด้วย โรนัลโด แต่ก็ยัมมี ริควาโด กวาเรสม่า ปีกคู่บุญของโรนัลโด  สลับฝั่งกันบุกมานับสิบปีแล้ว  ช่วยกันประสานงานนำเกมรุกกันอย่างดี  และในเกมรับปีนี้ โปรตุเกสต้องบอกว่า ไม่ค่อยเหนียวแน่นเท่าไหร่  หลังจากเปลี่ยนจากจอมเก๋าระดับคาวัญโญ่ สมัยอดีตมาเป็น กองหลังจากพรีเมียร์ลีก อย่างรุย ฟอนเต้ ก็เริ่มมีรูเสียประตูบ่อยขึ้นจริงๆ  และอุรุกวัย ที่มีกองหน้าระดับพระกาฬแม้ไม่ได้ดังเท่าโรนัลโด แบบ เอดิสัน คาวานี่ กับ หลุยส์ ซัวเรส ประสานงานกัน ลงตัวขึ้นเรื่อยๆๆ ในเกมนี้ พวกเค้าก็ทำได้อีกอย่างที่คาด ด้วยการ ช่วยกันส่งและป้อนกันจน คาวานี่ ซัดคนเดียว 2 ลูก เอาชนะโปรตุเกสไปได้ 2-1 ในที่สุด  แม้ว่าทั้งเกมจะค่อนข้างสูสี แต่ถ้าดูดีๆแล้วจะเห็นได้ชัดว่า การวางแผนของอุรุกวัยมาดีกว่ามาก  สามารถจัดการโรนัลโดได้อยู่หมัด  ในขณะเดียวกัน พวกเค้าต้องการโอกาสไม่กี่ครั้งก็ปิดสกอร์ทำประตูไปได้ด้วย  อีกคนที่ต้องชมคือ การส่งนักเตะที่เปลี่ยนมาเป็นตัวจริง ในเกมสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม และยึดตำแหน่งตัวจริงได้คือ ลูคัส เตเรร่า ที่ทำหน้าที่ตัดเกม และขยันวิ่งพล่านไป ไล่บี้และแย่งบอลทำลายเกมของโปรตุเกสหมดจดดมาก ทำให้แฟนบอลของปืนโต อาร์เซน้อลชื่นใจ สรุปได้ว่าสตาร์ล้นทีมแบบโปรตุเกสต้องตกรอบไป และปีนี้ก็มีม้ามืดแบบอุรุกวัยเข้าชิงก็ได้